• Burn : ความสามารถในส่วนนี้คงไม่ได้แตกต่างจากเดิมนัก แต่ที่เห็นชัดคือการสนับสนุน Blu-ray แบบ dual-layer Blu-ray (50GB) และ HD DVD ด้วย และยังแถม "Get Backup RE" มาอีกตัวทำให้การจัดการ สำรองข้อมูล ได้อย่างสะดวก สามารถตั้งเวลาการสำรองข้อมูลได้
"Get Backup RE"
อีกส่วนที่แจ่มมากๆ "Recover and restore files" ในกรณีเกิดความเสียหายในขณะบันทึกข้อมูลต่างๆ และจากนั้นก็ยังเพ่ิม "The new roadmap" ทำให้จัด Catalog ได้โดยอัตโนมัติ สะดวกขึ้นมาก
"Data"
• Watch : สามารถใช้งานได้ตั้งแต่ Standard DVD ร่วมถึงการใช้งานบนระบบ Blu-ray/HD DVD set top box รวมถึงเครื่องเล่นอย่าง Xbox 360 และ Playstation 3 ก็สามารถใช้งานร่วมกันได้ จะ Import footage จาก high-def camcorder
รวมถึงการ Convert DVDs, video files, TiVo and EyeTV shows ไปยังเครื่องเล่นต่างๆ เช่น iPhone, iPod และ Apple TV
และส่วนนี้ก็แจ่มมากๆ การทำ cropping และ trimming ก่อนการบึนทึกลงแผ่น ก็สามารถทำได้ง่ายมากๆ รวมถึง portable player หรือ stream over the Internet สนับสนุนทั้ง Mac และ PC ด้วย
หากเปลี่ยนแปลงในส่วนของ System Icons นั้น จำเป็นต้องทำการ "Log Out" ด้วยครับ
สรุปว่า "CandyBar" Version 3.0 สำหรับ Mac OS X 10.5 สุดยอดจริงๆ ครับ มีลูกเล่นผสมสานกันอย่างลงตัว ทำงานได้เร็วขึ้นสะดวกขึ้น ยังไงอย่าลืมหามาติดตั้งในเครื่องกันนะครับ ขอบคุณครับ ^^
Apple Front Row 2.0 ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากเดิมนัก เพราะจริงๆ คือ Features และ Interface ใหม่ที่อยู่ใน Apple TV นั้นเอง ซึ่งถูกนำมาติดตั้งใน Mac OS X 10.5 ด้วยความที่ Front Row มาใน Mac OS X 10.5 ทำให้การติดตั้งเครื่องที่ไม่มี Apple Remote ได้ด้วย โดยเดิมที Front Row เวอร์ชั่นแรกต้อง Hack เพื่อที่จะติดตั้งลงบนเครื่องที่ไม่มี Apple Remote มันช่างลำบากจริงๆ
สำหรับเครื่องรุ่นใหม่ๆ ที่มี Apple Remote อยู่แล้วคงไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ( ปล่อยผ่านไปเลยล่ะกัน อิอิ ) ใน Review นี้ก็เลยจะพูดถึงการใช้งาน Front Row ร่วมกับ Mobile ผ่าน Bluetooth ครับ ลองมาดูว่าวิธีการใช้งานต้องทำอย่างไรกันบ้าง?
• ต้องมีอะไรบ้าง?
1. เครื่อง Macintosh ที่ติดตั้ง Mac OS X 10.5 2. Buletooth Internal/External USB 3. Mobile Phone Sony Ericsson Build in Buletooth รุ่น K750i หรือ รุ่น ยี่ห้อ อื่นๆ ต้องลองดูเองนะครับ อิอิ... ในการทดสอบผมใช้งาน W550i ครับ 4. FrontRowRemote.zip [ http://poetsch.org/static/downloads/FrontRowRemote.zip ]
หลังจากเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว และนำ FrontRowRemote ติดตั้งใน Mobile Phone SE ก็ทำการ "Set up Bluetooth Devics" กันก่อนไปที่ "...System Preferences/Bluetooth..." ขั้นตอนส่วนนี้ไม่น่ายากนะครับ...
ที่นี้มาที่มือถือกันเข้าไปในส่วน ...Menu/Entertainment/Remote control/Front Row... จากนี้ Front Row ก็จะทำการ Connecting... เพื่อเรียก Front Row ขึ้นมาบนหน้าจอเองครับ
พอผ่านขั้นตอนนี้เราก็สามารถควบคุม Front Row ผ่าน Mobile Phone ด้วย Bluetooth แล้วครับ ที่นี้มาดูหน้าตา Front Row ในเวอร์ชั่น 2 กัน...
Front Row Menu
• Movies: ประกอบไปด้วย iTunes Top Movie, Theatrical Trailers และ Movies Folder ซึ่งใน Movies Folder หากเรานำ File Videos หรือ DVD VIDEO_TS folder อยู่ Front Row ก็สามารถเล่น file นั้นๆ ได้เลยครับ
ภาพแสดงให้เห็นใน Movie folder ที่ใส่ "VIDEO_TS" folder ไว้ครับ
• TV Show: รายการ ทีวี ช่วงนั้น ( US ) และ iTunes Top TV Episodes มากมายให้เลือกชมตัวอย่าง
• Musics: iTunes Top Songs/Music Video และยังสามารถเล่นเพลงทั้งหมดใน iTunes ได้อย่างดี
• Settings: ส่วนนี้เป็น Name ของเครื่องพร้อมทั้งบอกเวอร์ชั่น และตั้งค่า Screen Saver, Sound Effects
ทั้งหมดก็ประมาณนี้ หากมีเครื่อง Macintosh ที่ไม่มี Apple Remote และ ใช้ระบบปฏิบัติการ Mac OS X 10.5 ก็ลองเล่น Front Row กับ Bluetooth ดูนะครับ สนุกสนานแน่ๆ อิอิ...
และเมื่อเราอยู่ในโหมด Full Screen การเรียกใช้งาน "Controller" นั้นได้ถูกเปลี่ยนไปเช่นกัน เป็นแบบ Pop up คล้าย Dock ที่เด้งขึ้นมาเมื่อนำ Pointer ไปที่ด้านล่างกลางจอ ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น และเข้าถึงชุดคำสั่งได้เร็วกว่าเดิม
1. เปิด Disk Utillity Open Leopard.dmg 2. Click ที่ Tab "Restore" 3. Drop "Mac OS X Install DVD" ใส่ในช่อง "Source:" 4. Drop HDD หรือ iPod ที่เตรียมไว้ใส่ช่อง "Dstination" จากนั้นกด "Restore" ครับ 5. สั่ง Boot ที่ตัว HDD หรือ iPod ที่เตรียมไว้ได้เลยครับ
เมื่อเราเตรียม Hard Disk สำหรับ Boot OS เสร็จแล้ว ที่นี้เราก็สามารถสั่ง Boot ที่ System Prefences/Startup Disk... หรือกด "Option" ค้างไว้หลัง Restart ก็ได้เช่นกันครับ หรือสามารถกลับไปดูการติดตั้งจากเครื่องอื่นโดยใช้ "Target Disk mode" ก็ได้ครับ
• ขั้นตอนการติดตั้งระบปฏิบัติการ Mac OS X
มาดูการติดตั้งบนเครื่อง PowerPC G4 กันนะครับ
หน้าตาการติดตั้ง Mac OS X 10.5 Leopard ไม่แตกต่างจาก Tiger สักเท่าไหร? ที่เปลี่ยนๆ ไปคงเป็นเรื่องของหน้าตาขั้นตอนการติดตั้งเท่านั้นเอง เมื่อผ่านหน้าขั้นตอนต่างๆ จนมาถึงส่วนของการเลือกติดตั้ง OS ส่วนนี้เราสามารถเลือกการติดตั้งได้ 3 รูปแบบ
1. Upgrade Mac OS X: ติดตั้งแบบทับระบบดัวเดิม โดยหลังติดตั้งแล้วทุกอย่างอยู่ครบ 2. Archive and Install: เป็นการเก็บ Archive เก่าไว้ใน "Previous System" โดยเป็นการติดตั้ง System ใหม่เท่านั้นแต่ User ยังคงอยู่เหมือนกันเดิม 3. Erase & Install: เป็นการลบข้อมูลทั้งหมดก่อนติดตั้งระบบปฏิบัติการ
หลังจากที่ได้ลองติดตั้งทั้งแบบ Upgrade Mac OS X และ Erase & Installer บนเครื่อง PowerPC Spec ไปเกิน 1GHz ประสิทธิภาพ และ ความสมบูรณ์ เหมือนกันครับ แตกต่างตรงส่วนของการ Play Intro Movie Title ของ Leopard หลัง Installer เสร็จอาจจะไม่ Play Full Screen เท่านั้นเองครับ จะขึ้นเป็น Clip แล้ว Play กลางจอทำให้ไม่ซะใจ แหะๆ... แล้วก็เรื่องเวลาการติดตั้งที่แตกต่างกันครับ
หลังจากที่ Apple CEO Steve Jobs ได้จัดงาน Apple Special Event เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2007 โดยได้มีการเปิดตัว New iMac และ Features ใหม่ๆ ของ iWork และ iLife ในเวอร์ชั่นใหม่ '08 ( ค.ศ. 2008 ) สามารถชม Video ได้จาก Link ( คลิกที่รูปครับ )
ส่วนตอนนี้ลองมาดูหน้าตา และ features ใหม่ของ iPhoto '08 กันนะครับ ^^
• เมื่อภาพขั้นตอนมาก็จะเข้าสู้หนัา Spreadsheets the Mac way ของ Numbers หรือเลือกชม Video Tutorials ก่อนได้เช่นกันครับ เพื่อทำความเข้าใจโปรแกรมก่อนใช้งาน