ReviewReviewReviewReviewReviewToast 9 Titanium Part 1Mar 19, '08 3:45 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Roxio
New Roxio "Toast" 9 Titanium for Mac

ในที่สุด Roxio ก็ออกตัว Update ของ Toast Titanium มาจนได้ ซึ่งใน Version 9 นี้ก็ได้มีการเปลี่ยน Interface ใหม่ให้สวยงามขึ้น พร้อมความสามารถใหม่ๆ ด้วย ลองมาดูกัน...



• Burn : ความสามารถในส่วนนี้คงไม่ได้แตกต่างจากเดิมนัก แต่ที่เห็นชัดคือการสนับสนุน Blu-ray แบบ dual-layer Blu-ray (50GB) และ HD DVD ด้วย และยังแถม "Get Backup RE" มาอีกตัวทำให้การจัดการ สำรองข้อมูล ได้อย่างสะดวก สามารถตั้งเวลาการสำรองข้อมูลได้


"Get Backup RE"


อีกส่วนที่แจ่มมากๆ "Recover and restore files" ในกรณีเกิดความเสียหายในขณะบันทึกข้อมูลต่างๆ และจากนั้นก็ยังเพ่ิม "The new roadmap" ทำให้จัด Catalog ได้โดยอัตโนมัติ สะดวกขึ้นมาก


"Data"


• Watch : สามารถใช้งานได้ตั้งแต่ Standard DVD ร่วมถึงการใช้งานบนระบบ Blu-ray/HD DVD set top box รวมถึงเครื่องเล่นอย่าง Xbox 360 และ Playstation 3 ก็สามารถใช้งานร่วมกันได้ จะ Import footage จาก high-def camcorder



รวมถึงการ Convert DVDs, video files, TiVo and EyeTV shows ไปยังเครื่องเล่นต่างๆ เช่น iPhone, iPod และ Apple TV



และส่วนนี้ก็แจ่มมากๆ การทำ cropping และ trimming ก่อนการบึนทึกลงแผ่น ก็สามารถทำได้ง่ายมากๆ รวมถึง portable player หรือ stream over the Internet สนับสนุนทั้ง Mac และ PC ด้วย


"Video"




ReviewReviewReviewReviewReviewCandyBar Version 3.0 for Mac OS X 10.5Nov 29, '07 9:44 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Panic Inc.




สวัสดีครับ ^^

หลังจากที่ได้แนะนำ Product "CandBar" จาก "Panic" ผู้ผลิตไปบางส่วนแล้ว ที่นี้มา Review วิธีการใช้งานต่างๆ ให้ดูดีกว่าครับ ว่าใน V.3 นี้ CandyBar จะทำอะไรกันได้บ้าง?

ด้วยหน้าตาที่เปลี่ยนใหม่ รูปแบบ Layout การใช้งานต่างๆ ก็เปลี่ยนแปลงตามไปด้วย โดยดึงเอาความสามารถของ "Pixadex" โปรแกรมมากความสามารถจาก iconfactory.com



เข้ามาไว้รวมกัน ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้นมาก ในการ Set icons ต่างๆ เก็บไว้ใน Organize Sidebar ด้านซ้ายมือ โดยใน Sidebar ด้านซ้ายมือนั้นประกอบไปด้วย

• Change: ตัวเลือกสำหรับเปลี่ยน แบ่งเป็น 4 set คือ System Icons, Application Icons, Dock และ Volume Icons

• Organize: จัดการ icon sets เก็บเป็น List ให้เป็นระเบียบ

• Quick Drop: จับ icon เปลี่ยนได้ทันที ตามที่เราเลือกเลย



ตอนนี้สามารถหา iCon Sets สำหรับ Leopard โดยเฉพาะได้ที่ iconfactory.com ซึ่งบาง Set จะมีการ update ใส่ dock เพ่ิมเข้าไปด้วย



• ขั้นตอนการใช้งาน

หลังจากที่ได้ downloads icon sets เตรียมไว้แล้ว ที่นี้ก็สั่ง Import เข้ามาที่ Organize โดยไปที่ Menu ...File/Import/iContainer...



เลือก icon sets ที่ต้องการ จากนั้นคลิก "Open"

หรือง่ายๆ Drag & Drop icon sets ใส่ใน Organize ก็ได้ครับ



เลือกคลิก Preview ดูที่ icon sets นั้น ก็จะแสดงผลทันที ตรงนี้เราสามารถใช้ Feature "Quick Look" เพื่อดู icon ได้อย่างชัดเจน โดยสามารถ Preview ขนาดได้ถึง 512x512 Pixel ( select icon click "Spacebar" )



เมื่อเลือก icon sets ที่ต้องการแล้ว กด "Use These Icon" หรือ "Use These Dock" ได้เลย





หลังจากที่ประมวลผลเสร็จแล้ว ตัวโปรแกรมจะ Preview อีกครั้ง ก่อนทำการกด "Apply Icons" ชอบแล้วก็กดได้เลย...



ใส่ Password




จากนั้นทำการ Relaunch Dock


หากเปลี่ยนแปลงในส่วนของ System Icons นั้น จำเป็นต้องทำการ "Log Out" ด้วยครับ






สรุปว่า "CandyBar" Version 3.0 สำหรับ Mac OS X 10.5 สุดยอดจริงๆ ครับ มีลูกเล่นผสมสานกันอย่างลงตัว ทำงานได้เร็วขึ้นสะดวกขึ้น ยังไงอย่าลืมหามาติดตั้งในเครื่องกันนะครับ ขอบคุณครับ ^^




ReviewReviewReviewReviewReviewMac OS X 10.5 Leopard Final : "Front Row"Nov 8, '07 10:35 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Apple



Apple Front Row 2.0 ในเวอร์ชั่นล่าสุดนี้จริงๆ ก็ไม่ได้มีอะไรแตกต่างจากเดิมนัก เพราะจริงๆ คือ Features และ Interface ใหม่ที่อยู่ใน Apple TV นั้นเอง ซึ่งถูกนำมาติดตั้งใน Mac OS X 10.5 ด้วยความที่ Front Row มาใน Mac OS X 10.5 ทำให้การติดตั้งเครื่องที่ไม่มี Apple Remote ได้ด้วย โดยเดิมที Front Row เวอร์ชั่นแรกต้อง Hack เพื่อที่จะติดตั้งลงบนเครื่องที่ไม่มี Apple Remote มันช่างลำบากจริงๆ

สำหรับเครื่องรุ่นใหม่ๆ ที่มี Apple Remote อยู่แล้วคงไม่มีปัญหาอะไรนะครับ ( ปล่อยผ่านไปเลยล่ะกัน อิอิ ) ใน Review นี้ก็เลยจะพูดถึงการใช้งาน Front Row ร่วมกับ Mobile ผ่าน Bluetooth ครับ ลองมาดูว่าวิธีการใช้งานต้องทำอย่างไรกันบ้าง?

• ต้องมีอะไรบ้าง?

1. เครื่อง Macintosh ที่ติดตั้ง Mac OS X 10.5
2. Buletooth Internal/External USB
3. Mobile Phone Sony Ericsson Build in Buletooth รุ่น K750i หรือ รุ่น ยี่ห้อ อื่นๆ ต้องลองดูเองนะครับ อิอิ... ในการทดสอบผมใช้งาน W550i ครับ
4. FrontRowRemote.zip [ http://poetsch.org/static/downloads/FrontRowRemote.zip ]



หลังจากเตรียมทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว และนำ FrontRowRemote ติดตั้งใน Mobile Phone SE ก็ทำการ "Set up Bluetooth Devics" กันก่อนไปที่ "...System Preferences/Bluetooth..." ขั้นตอนส่วนนี้ไม่น่ายากนะครับ...



ที่นี้มาที่มือถือกันเข้าไปในส่วน ...Menu/Entertainment/Remote control/Front Row... จากนี้ Front Row ก็จะทำการ Connecting... เพื่อเรียก Front Row ขึ้นมาบนหน้าจอเองครับ

พอผ่านขั้นตอนนี้เราก็สามารถควบคุม Front Row ผ่าน Mobile Phone ด้วย Bluetooth แล้วครับ ที่นี้มาดูหน้าตา Front Row ในเวอร์ชั่น 2 กัน...

Front Row Menu



• Movies: ประกอบไปด้วย iTunes Top Movie, Theatrical Trailers และ Movies Folder ซึ่งใน Movies Folder หากเรานำ File Videos หรือ DVD VIDEO_TS folder อยู่ Front Row ก็สามารถเล่น file นั้นๆ ได้เลยครับ











ภาพแสดงให้เห็นใน Movie folder ที่ใส่ "VIDEO_TS" folder ไว้ครับ


• TV Show: รายการ ทีวี ช่วงนั้น ( US ) และ iTunes Top TV Episodes มากมายให้เลือกชมตัวอย่าง





• Musics: iTunes Top Songs/Music Video และยังสามารถเล่นเพลงทั้งหมดใน iTunes ได้อย่างดี





• PodCasts



• Photo: แสดงห้องภาพทั้งหมดใน iPhoto แจ่มจริงๆ ครับ







• Settings: ส่วนนี้เป็น Name ของเครื่องพร้อมทั้งบอกเวอร์ชั่น และตั้งค่า Screen Saver, Sound Effects






ทั้งหมดก็ประมาณนี้ หากมีเครื่อง Macintosh ที่ไม่มี Apple Remote และ ใช้ระบบปฏิบัติการ Mac OS X 10.5 ก็ลองเล่น Front Row กับ Bluetooth ดูนะครับ สนุกสนานแน่ๆ อิอิ...


• Movie Demo:




^^



ReviewReviewReviewReviewReviewMac OS X 10.5 Leopard Final : "DVD Player"Oct 31, '07 4:16 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Apple



Apple DVD Player 5.0 เวอร์ชั่นล่าสุดมีอะไรเพ่ิมเติมไปจากเดิมใน เวอร์ชั่น 4.6.5 บ้าง?

Icon ของ "DVD Player" ก็ได้รับการออกแบบใหม่ แตกต่างไปจากในเวอร์ชั่นเดิมบน Tiger ที่มีรูปทรงสี่เหลี่ยม แต่ใน Leopard จะมีความโค้งมลสวยงาม น่าใช้งานมากขึ้น



รวมถึงตัว Controller เองที่ดูจะมีความมีมิติมากขึ้น



แม้แต่หน้าตาแผ่น DVD ก็ยังเปลี่ยนแปลงเช่นกัน



ส่วนที่มีอยู่แล้วก็ถูกพัฒนาด้วย เช่น Bookmarks, Vido Clips และ Chapters ก็ถูกปรับให้เข้าไปอยู่ในโหมด Full Screen ได้อย่างลงตัว ซึ่งในเวอร์ชั่น 4.6.5 จะไม่มี dialog แบบนี้ออกมาจาดด้านบน และหากจะมองไปแล้วก็คล้ายๆ กับการ Edit Full Screen ใน iPhoto เลยครับ



Chapters on DVD Player 4.6.5



Chapters on DVD Player 5.0

และเมื่อเราอยู่ในโหมด Full Screen การเรียกใช้งาน "Controller" นั้นได้ถูกเปลี่ยนไปเช่นกัน เป็นแบบ Pop up คล้าย Dock ที่เด้งขึ้นมาเมื่อนำ Pointer ไปที่ด้านล่างกลางจอ ทำให้การใช้งานสะดวกขึ้น และเข้าถึงชุดคำสั่งได้เร็วกว่าเดิม



รวมถึงเมื่อเราชมภาพยนต์ นอกโหมด Full Screen ในเวอร์ชั่น 5.0 นี้ยังมีแถบเลื่อนด้านล่างตัวภาพยนต์ เมื่อนำ Pointer ไปใกล้ คล้ายใน QuickTime ทำให้การเลือกฉาก หรือ Forward ทำได้ง่ายขึ้นกว่าในเวอร์ชั่นเก่า





สรุปแล้ว Apple DVD Player 5.0 ตัวนี้ แจ่มและใช้งานได้สะดวกขึ้นเยอะเลยครับ ^^


ReviewReviewReviewReviewReviewMac OS X 10.5 Leopard Final : "Screen Sharing"Oct 31, '07 1:48 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Apple



Screen Sharing คืออะไร? Screen Sharing เป็นหนึ่งใน Features ใหม่ใน Finder ใน Leopard ครับ และหากจะอธิบายง่ายๆ ก็คงเหมือนกับการ Remote เข้าไปควบคุมในระบบ Network นั้นเอง โดยมีพื้นฐานง่ายๆ เข้าไปตั้งค่าเครื่องที่ต้องการใช้งาน Screen Sharing ตั้งค่าใน ...System Preferences/Sharing... เลือกในส่วน "Services" แล้วติกเครื่องหมายถูกที่ "Apple Remote Desktop" จากนั้นตั้งค่าเพ่ิมเติมในส่วน "Access Privileges..." เพื่อ เพ่ิม หรือ ลด ความสามารถต่างๆ ตามที่ต้องการ เช่น Observe มองได้อย่างเดียว หรือจะให้ Control ควบคุมได้ด้วย รวมถึงสามารถ Restart and Shut down เป็นต้น ซึ่งความสามารถนี้มีอยู่ใน Mac OS X อยู่แล้วนั้นคือ "Apple Remote Desktop Client" นั้นเอง



ทีนี้มาลองดูการใช้งานของ "Screen Sharing" กันเลยครับ

screen sharing อยู่ในส่วนของ sidebar ซ้ายมือใน "Shared" จะมีปุ่มให้เลือกใช้งานหลักๆ อยู่ 2 ปุ่ม คือ

1. Connect as...
2. Share Screen...



เมื่อเรา Connect เพื่อต้องการเข้าไป Remote เราก็เพียงกด "Share Screen" จากนั้นจะมี Dialog ขึ้นมาให้กด password เมื่อผ่านขั้นตอนเหล่านี้แล้วเราก็สามารถควบคุมเครื่องได้ทันทีครับ







"Screen Sharing" นั้นสามารถใช้งานกับ Mac OS X 10.4 "Tiger" ได้เช่นกัน





^^


ReviewReviewReviewReviewReviewMac OS X 10.5 Leopard Final : How to InstallerOct 30, '07 3:40 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Apple


หลังจากที่ได้เคย Review Leopard 10.5 Build 9A527 ไปเมื่อหลายเดือนก่อน จนเมื่อวันที่ 26 ตุลาคม 2550 Apple Inc ได้ออกตัว Retail เป็นที่เรียบร้อยแล้ว โดยเป็น Build 9A581 ซึ่งเป็นตัวเดียวกันกับตัว "GM" หรือ Gold Master นั้นเอง ก็ลองมาดูกันครับว่าการติดตั้งเป็นยังไงบ้าง...

• ขั้นตอนการ Restore OS ลง HDD



1. เปิด Disk Utillity Open Leopard.dmg
2. Click ที่ Tab "Restore"
3. Drop "Mac OS X Install DVD" ใส่ในช่อง "Source:"
4. Drop HDD หรือ iPod ที่เตรียมไว้ใส่ช่อง "Dstination" จากนั้นกด "Restore" ครับ
5. สั่ง Boot ที่ตัว HDD หรือ iPod ที่เตรียมไว้ได้เลยครับ



เมื่อเราเตรียม Hard Disk สำหรับ Boot OS เสร็จแล้ว ที่นี้เราก็สามารถสั่ง Boot ที่ System Prefences/Startup Disk... หรือกด "Option" ค้างไว้หลัง Restart ก็ได้เช่นกันครับ หรือสามารถกลับไปดูการติดตั้งจากเครื่องอื่นโดยใช้ "Target Disk mode" ก็ได้ครับ


• ขั้นตอนการติดตั้งระบปฏิบัติการ Mac OS X

มาดูการติดตั้งบนเครื่อง PowerPC G4 กันนะครับ













หน้าตาการติดตั้ง Mac OS X 10.5 Leopard ไม่แตกต่างจาก Tiger สักเท่าไหร? ที่เปลี่ยนๆ ไปคงเป็นเรื่องของหน้าตาขั้นตอนการติดตั้งเท่านั้นเอง เมื่อผ่านหน้าขั้นตอนต่างๆ จนมาถึงส่วนของการเลือกติดตั้ง OS ส่วนนี้เราสามารถเลือกการติดตั้งได้ 3 รูปแบบ



1. Upgrade Mac OS X: ติดตั้งแบบทับระบบดัวเดิม โดยหลังติดตั้งแล้วทุกอย่างอยู่ครบ
2. Archive and Install: เป็นการเก็บ Archive เก่าไว้ใน "Previous System" โดยเป็นการติดตั้ง System ใหม่เท่านั้นแต่ User ยังคงอยู่เหมือนกันเดิม
3. Erase & Install: เป็นการลบข้อมูลทั้งหมดก่อนติดตั้งระบบปฏิบัติการ



เมื่อเลือกรูปแบบการติดตั้งได้แล้วก็จะเข้าสู่หน้า "Install Summary" โดยเป็นหน้าเริ่มต้นการติดตั้ง ในส่วนนี้ยังสามารถ "Customize" หรือเลือกการติดตั้งสิ่งที่ต้องการและไม่ต้องการ



โดยในหน้า "Customize" หากติดตั้งทั้งหมดแบบปกติจะใช้งานพื้นที่ทั้งหมด 6.4GB หากไม่ต้องการส่วนไหนสามารถ "Customize" โดยการติกเครื่องหมายถูกออก



หลังจากที่ได้ลองติดตั้งทั้งแบบ Upgrade Mac OS X และ Erase & Installer บนเครื่อง PowerPC Spec ไปเกิน 1GHz ประสิทธิภาพ และ ความสมบูรณ์ เหมือนกันครับ แตกต่างตรงส่วนของการ Play Intro Movie Title ของ Leopard หลัง Installer เสร็จอาจจะไม่ Play Full Screen เท่านั้นเองครับ จะขึ้นเป็น Clip แล้ว Play กลางจอทำให้ไม่ซะใจ แหะๆ... แล้วก็เรื่องเวลาการติดตั้งที่แตกต่างกันครับ



สำหรับบนเครื่อง PowerPC G4 ความเร็วไม่เกิน 1GHz ใช่เวลาติดตั้งแบบ Upgrade 40-50 นาที ส่วนแบบ Erase จะใช้เวลาน้อยกว่า 30-40 นาที ((( โดยประมาณ อะนะครับ ))) ส่วนบนเครื่อง Mac mini (intel) "Customize"บางส่วนออก เช่น Printer Drivers, Language Translations ออกเป็นต้น ทำให้การติดตั้งเร็วขึ้นมากโดยเวลาโดยรวมไม่เกิน 20 นาทีครับ

ส่วนที่ผมยังงงๆ อยู่คือส่วนของ Menu Bar ที่ต้องเป็นแบบใสมองเห็นพื้นภาพฉากหลังบางๆ แต่บนเครื่อง PowerMac G4 QuickSliver 933MHz กลับเป็นแบบปกติครับ ซึ่งเป็นไปได้ที่ Spec เครื่องในระดับนี้ทำให้ความสามารถบางอย่างหายไปครับ



เมื่อติดตั้งเรียบร้อยทั้งหมดแล้วจะขึ้น "Install Succeeded" ก็เป็นอันเรียบร้อยในส่วนของขั้นตอนการติดตั้งครับ



Intro Video Leopard หลังติดตั้งแบบ Upgrade Mac OS X บน PowerMac G4 QuickSliver 933MHz เสร็จ



จากที่ได้ติดตั้งเสร็จบนเครื่อง PPC ที่นี้ก็มาถึงทาง Intel กันบ้างครับ ...ขั้นตอนเหมือนเดิมหมดทุกอย่าง อิอิ...



เร่ิม Boot และติดตั้งบน Mac mini ( Intel ) ครับ



หน้าตาการติดตั้งที่ดูเต็มตากว่า VGA Port บน PMG4



Intro Video Leopard หลังติดตั้งแบบ "Erase & Install" บน Mac mini 1.66GHz Intel Core Duo เสร็จ



หน้าตา "Welcome" หลังจากติดตั้งเสร็จแล้ว เพื่อทำขั้นตอนการ Register ข้อมูลต่างๆ



จบด้วยหน้า "Thank You"... แล้วติดตาม Part ต่างๆ ไปนะครับ ขอบคุณครับ ^^ ...


ReviewReviewReviewReviewReviewLeopard 10.5 [9A527] #2Oct 29, '07 3:32 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Apple Inc.
Hello, tomorrow ^^

คราวนี้มาต่อกันใน #2 มาดูว่ามีอะไรใหม่ๆ แปลกตาจากเดิมกันบ้างครับ



หลังจากที่ Installer เสร็จไม่ทันไร เจ้า Apple Software Update ก็แสดงตัวขึ้นมาทันที โดยเรียกให้ทำการ Update Apple iTunes 7.4.1 ผมก็ทำการ Update ทันที และได้สังเกตุเห็นว่า หน้าตาของ Software Update นั้นเปลี่ยนไปจากเดิม



ภาพ Software Update ใน Tiger 10.4





ภาพ Software Update ใหม่บน Leopard 10.5, ภาพแรก ขณะ download ภาพสอง ติดตั้ง


ที่นี้เรามาดูในส่วนอื่นๆ กันต่อไปครับ เร่ิมจาก Finder, Desktop และ Dock ใหม่เลยแล้วกัน จะเห็นได้ว่ารูปร่างหน้าตาดูแปลกขึ้น ตัว Dock เองก็มีมิติ สีสันต่างๆ ก็เข้มขึ้นโดยเฉพาะสี highlight นั้นเข้มขึ้นมากเลย



เมื่อเรา "Control + Click" ที่ icon finder popup ที่แสดงขึ้นมาก็มีความโค้งมลดูนุ่มขึ้น แม้แต่ icon System Preferences ก็เปลี่ยนแปลงเช่นกัน ( เหมือนกับ icon Setting ใน iPhone เลยครับ )



ทั้ง Feature เด่นๆ อย่าง Cover Flow ใน iTunes ก็ถูกนำมาใส่ใน Leopard 10.5 ซึ่งทำให้การเข้าถึงข้อมูลง่ายขึ้น และสร้างจุดเด่น น่าสนใจทีเดียว



ในภาพแสดงให้เห็นการเลือกใช้งานในชุดคำสั่งของการ View ซึ่งทำให้มีทางเลือกเพ่ิมขึ้นครับ ซึ่ง Slide Bar ด้านข้างซ้ายมือ ยังเหมือนใน iTunes เช่นกัน แถมด้วย Feature ใหม่ใน View "Hide Path Bar" ที่แสดงให้เห็นที่มาของข้อมูลว่าอยู่ที่ไหน ได้อย่างชัดเจน



และแน่นอนเมื่อเราต้องการ อ่าน หรือ ดู ข้อมูลนั้นๆ ก็สามารถทำได้ง่ายดาย โดยการกด Space bar ภาพ หรือ folder จะแสดงผลขึ้นมาที่หน้าจอให้ในทันที Apple เรียก Feature นี้ว่า "Quick Look" ทำให้การ Preview ข้อมูลนั้นง่าย และรวดเร็วขึ้น



หรือจะใช้คำสั่ง "Control + Click" แล้วเลือก "Quick Look" ได้เลยเช่นกันครับ



ซึ่งในตัว "Quick Look" เองยังสามารถที่จะเลือก Slide Show เพื่อ Play ภาพต่างๆ รวมถึง add ภาพเหล่านั้นเข้า Apple iPhoto ได้อีกด้วย

ที่นี้มาดูต่อใน "System Preferences" ว่ามีอะไรใหม่ๆ บ้างนะครับ



เร่ิมจากหน้าตา icons ที่เปลี่ยนไปเช่นกัน หลายๆ ตัวถูกออกแบบใหม่เลยครับ



เร่ิมจาก "Desktop & Screen Saver" ที่มี Screen Saver ใหม่ๆ เพ่ิมเข้ามาหลายตัว รวมถึง Option "Display Style" ที่ทำให้มีลูกเล่นในการแสดงผลแบบต่างๆ เช่น การโชว์ภาพแบบทับซ้อน



Exposé & Spaces สำหรับ "Exposé" คงคุ้นหน้าคุ้นตากันแล้วบน Tiger 10.4 แต่สำหรับ Spaces นั้นได้ถูกเพ่ิมเข้ามาใหม่ครับ เป็น Feature ที่ทำให้การใช้งานหน้าจอ Desktop ของเราได้สะดวก และหลากหลายขึ้น และสามารถสร้าง Spaces ได้มากถึง 16 จอ ทำให้การใช้งานโปรแกรมต่างๆ ได้ง่าย



Network และ Sharing ก็ถูกปรับเปลี่ยน Layout ใหม่เช่นกัน



Network



Sharing

โดยเฉพาะใน Sharing นั้น มี Options ใหม่อย่าง "Screen Sharing" เข้ามาด้วย ทำให้การ Remote ทำให้เราสามารถควบคุมอีกเครื่องได้ โดยง่าย โดยเครื่องในวง Network ให้เปิดส่วน Remote ใน Sharing เอาไว้สามารถที่จะ set password และจำกัดการควบคุมได้ด้วย สะดวกจริงๆ ครับ

และสุดท้ายกับ "Time Machine" ที่หลายๆ คนสนใจ Ferture นี้กันมาก โดยใน Time Machine นั้นสามารถจะ Backup ข้อมูล และดึงข้อมูลที่ถูกลบไปกลับมาได้อยากรวดเร็วโดยการค้นหาเท่านั้น แหม!!! แต่ Storage นั้นก็ต้องมากพอที่เดียวสำหรับ Backup ข้อมูลของเราทั้งเครื่องอะนะครับ อิอิ

ก็ไว้ติดตามกันต่อไปนะครับ ขอบคุณครับ ^^





ReviewReviewReviewReviewReviewLeopard 10.5 [9A527] #1Oct 29, '07 2:36 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Apple Inc.
Hello, tomorrow ^^


วันนี้มาดูขั้นตอนการติดตั้ง และหน้าตาความคืบหน้าของเจ้า Leopard 10.5 Build 9A527 กันว่าไปถึงไหนอะไรยังไงบ้าง เพื่อเตรียมความพร้อมก่อนที่ตัวขายจะออกช่วงปลายปีนี้กัน


หลังจากที่ได้ทดลองการใช้งาน Mac OS X 10.5 หรือ Code name ว่า "Leopard" ตั้งแต่ตัว Preview ปี 2006 มาความเปลี่ยนแปลงและการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เห็นได้ชัดเลยว่าทีมงานพัฒนาของ Apple นั้นได้พยายามสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อยู่ตลอดเวลา ซึ่งรวมถึงทรัพย์กร การใช้งานด้วย เร่ิมตั้งแต่ขนาดของเจ้า Leopard ที่มาในช่วงปี 2006 มีความจุ 5GB โดยบึนทึกลงแผ่นข้อมูล Double Layer ซึ่งมีขนาดความจุด 8.5GB ในรูปแบบ DVD ตลอดปี 2006 รูปร่างหน้าตา Interface ของ Leopard นั้นยังคงเหมือนใน Mac OS X 10.4 หรือ Code name Tiger แต่ในส่วนของ Feature ก็ได้เพ่ิมเติมเข้าไปอีกมาก

จนมาถึงต้นปี 2007 CEO "Stave Jobs" ได้เปิดตัว Mac OS X 10.5 "Leopard" Preview 2007 ขึ้นอีกครั้ง ซึ่งคราวนี้ Interface ต่างๆ รวมทั้ง Feature ใหม่ๆ ได้ถูกปรับเปลี่ยน พัฒนเพ่ิมเติมนวัตกรรมใหม่อีกมากกว่า 300 feature เช่น

Desktop
Finder
Quick Look
Time Machine
Spaces

และอีกมากมายที่ไม่ได้ถูกพูดถึง และแน่นอนขนาดของมันก็เพ่ิมตาม feature ที่ใส่เข้ามา โดยใน Build ล่าสุดนั้น มีขนาดถึง 6.44GB ซึ่งมันเป็น นวัตกรรม แห่งอนาคตจริงๆ ซึ่งทาง Apple ได้สัญญากับ Mac Users ว่าจะวางจำหน่ายในเดือน ตุลาคม 2007 นี้อย่างแน่นอน...


ที่นี้มาดูการติดตั้งเจ้า Leopard กันครับ ใน Leopard 10.5 Build 9A527 มากับแผ่น "Double Layer" ในรูปแบบ DVD-R 8.5GB แต่ตัวที่ผมได้มานั้นเป็น file ".dmg" [ .dmg format = disk image ] เนื่องจากตัวนี้ยังอยู่ในขั้นตอนพัฒนา ผมขอไม่อธิบายต่อถึงแหล่งที่มานะครับ แหะๆ... จากที่ต้อง Burn DVD Double Layer ต่อเนื่องมามา 2 ปีกว่าๆ จึงทำให้ต้องหาวิธีประหยัดแผ่นในการเขียน จึงนำ Disk image ที่ได้มา Restore ลงบน PowerBook ตัวเก่าของผม จำลองเป็น Media สำหรับ Boot OS แทนการบันทึกข้อมูลลงแผ่น ทำให้ประหยัด รวมถึงการติดตั้งเรä7;วขึ้นด้วย

หลังจาก Restore ลง PowerBook หรือ HDD ก็ได้ เร35;ยบร้อยแล้ว ทำการต่อ Firewire Cable เข้ากับเครื่องที่ต้องการติดตั้ง ทำการ "Target Disk mode" โดยกดตัว "T" ที่ PowerBook หน้าจอจะขึ้นสัญลักษณ์ Firewire ครับ



เมื่อ Mouth Volume หรือ Hard disk ขึ้นมาแล้ว ทำการสั่ง Boot จาก Start up Disk ได้เลยครับ หรือจะ กด "C" ค้างไว้ รวมถึงกด "Option" ค้างไว้ขณะ Restart เครื่องก็ได้เช่นกันครับ



เข้าสู่หน้าเลือก เมนูภาษา และแน่นอนครับ ส่วนนี้ไม่มีภาษาไทย อิอิ...






Welcome to the Mac OS X




อ้าว!!! Drive ที่ต้องการติดตั้งกลับไม่ยอมให้ติดตั้งซะงั้น? กร่อยจิ... ทำไงดีหน่อ? T_T




อ้า... เลือก "Option" แล้วไป format ดีกว่า... โดยเลือก "Erase and Install" ระบบจะจัดการ ล้าง และพร้อมติดตั้ง ให้เลย พร้อมเลือก Format disk ที่ต้องการ ในภาพผมเลือก "Mac OS Exterded" (Journaled) หรือจะเรียก "Disk Utility" เพื่อ "Erase" ก็ได้เช่นกันครับ มีในเมนูที่ตัวระบบครับ






อ้า...ยอมให้ติดตั้งแล้วครับ




ที่นี้ก็พร้อมแล้ว หน้านี้เป็นหน้าสุดท้ายก่อนที่ระบบติดตั้งจะทำงาน หากพร้อมก็กดปุ่มเลย...








Reboot แล้ว Intro Leopard ก็ขึ้นมาครับ ใน Build 9A527 เป็น Clip Intro ตัวใหม่แล้วครับ แถม Play Full Screen ด้วย..แจ่มจริงๆ






แล้วก็ทำการติดตั้ง ตามขั้นตอนไปจนเสร็จ ก็จะได้หน้าตาเช่นนี้ครับ ^^




ReviewReviewReviewReviewReviewiLife '08 : iPhoto 7.0 [ Part 4 ]Oct 29, '07 2:32 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Apple Inc.


Part 4





มาดูเรื่องการ Import ภาพจากกล้องบ้างนะครับ ซึ่งก็ได้มีการเพ่ิม featuresใหม่ๆ ในส่วนนี้ด้วยครับ ในตัวอย่าง กล้องผมเป็นรุ่นป๋องแป๋งหน่อยนะครับ ไม่ได้โปรหรือมีลูกเล่นอะไรมาก ก็ลองดูกันครับ


• เสียบกล้องป๋องแป๋งต่อกับ Mac ผ่าน USB Port เรียบร้อยแล้ว iPhoto ก็เปิดขึ้นมาให้ทันทีครับ

[1] - Card เข้ามาใน Sidebar
[2] - ในเวอร์ชั่น 7.0 นี้ สามารถแสดงภาพ และ เลือกภาพ จากใน Card ได้เลยครับ
[3] - เขียนชื่อ Event ได้เลย
[4] - กดเลือก Import Selected ( หากต้องการทั้งหมดก็กดปุ่ม Import All... )
[5] - Info แสดงจำนวนภาพที่เลือกไว้ 3 ภาพ จากทั้งหมด 33 ภาพ



• หลังจากที่กด Import แล้ว จะมี Dialog ขึ้นมาถามอีกทีว่า...

[1] - Delete Originals
[2] - Cancel
[3] - Keep Originals

สามารถเลือกได้ตามที่ต้องการครับ



• ภาพที่ถูก Import เข้าไปจะเข้าไปสร้างเป็นอัลบั้มใน Events ให้โดยมี Info บอกให้ว่าจำนวนภาพใน Event นั้นๆ มีจำนวนเท่าไหร



• จาก Import มาดู Export กันครับ เลือกภาพที่ต้องการ แล้วสั่ง Exprot ที่ ...Menu file/Export...



• ในส่วนของการ Export ใน iPhoto 7.0 มี Option ให้เลือกเพ่ิมขึ้นครับ

[1] - Tab "File Exprot"
[2] - Kind : มีให้เลือกหลายแบบครับ Original, Current, JPEG, Tiff และ PNG
[3] - JPEG Quality ส่วนนี้จะมีเฉพาะ JPEG Format เท่านั้นที่มีให้เลือก Quality ในการ Export ครับ
[4] - Size : มีให้เลือก 4 ระดับความละเอียด คือ Full Size, Small, Medium และ Large รวมถึงสามารถ Custom Size ได้อีกด้วย




ในส่วนของ Review iPhoto 7.0 คงมีเท่านี้นะครับ ไว้ติดตามตัวอื่นๆ ต่อไปครับ

ขอบคุณครับ ^^



ReviewReviewReviewReviewReviewiLife '08 : iPhoto 7.0 [ Part 3 ]Oct 29, '07 2:30 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Apple Inc.


Part 3



มาดูวิธีการ Upload ขึ้น .Mac ของ iPhoto 7.0 ตัวใหม่กัน โดยภาพทั้งหมดได้รับการเอื้อเฟื้อจาก พี่ใหม่จ้า ไทยแมคคลับ ขอบคุณก๊าบ

• หลังจากที่เตรียมอัลบั้มไว้เรียบร้อยแล้ว



• เลือกอัลบั้มที่ต้องการ upload แล้วกด Web Gallery



• iPhoto จะขึ้น Dialog ให้เราเลือก Options ต่างๆ



• iPhoto ทำการ Upload



• หาก Upload เสร็จแล้ว feature ใน iPhoto จะขึ้น List Web Gallery ให้เห็น list ใน .mac



• เมื่อเสร็จสิ้นทุกอย่างเรียบร้อย จะมี Dialog ของ .mac บอก Informations ทุกอย่างให้ครับ



• ภาพการให้งานบน .Mac •


• Grid •




• Mosaic •




• Carousel •






ReviewReviewReviewReviewReviewiLife '08 : iPhoto 7.0 [ Part 2 ]Oct 29, '07 2:25 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Apple Inc.


Part 2


มาต่อกันในส่วนของ Edit ภาพโดยใช้ Tools (เครื่องมือ) ของ iPhoto ที่แสนจะใช้งานง่ายๆ กันดูครับ


• ให้คลิกที่ icon ดินสอ เพื่อทำการแก้ไขภาพ



• สำหรับเครื่องมือ Rotate กับ Crop ผมขอผ่านไปเลยนะครับ ( คือผมอธิบายไม่ถูก ยากไป แหะๆ... ) มาดูเครื่องมือตัวที่ 3 เลยนะครับ "Straighten" เป็นเครื่องมือสำหรับบิทภาพตาม แกน Horizon, Vertical โดยภาพไม่สัดส่วนและรูปทรงของภาพครับ



• ขอผ่านมาที่ "Red Eye" เลยนะครับ การใช้งานเครื่องมือนี้ก็ไม่ยากอะไรครับ หากการถ่ายภาพนั้นๆ เกิดปัญหา ตาแดง ก็สามารถใช้เครื่องมือนี้ลบได้เลยครับ โดยมีให้ใช้งาน 2 ลักษณะ Auto และ Manual ปรับแต่งลบตาแดงได้เลยครับ




((( ในภาพผมใช้ Auto... ง่ายๆ เลยครับ )))




• เครื่องมือต่อไป "Retouch" ครับ ตัวนี้ใช้งานไม่ยากอีกเช่นเคย เพียงแค่เลือกขนาดหัว พู่กัน แล้ววาดส่วนที่ไม่ต้องการ ภาพจะแสดงให้เห็นเป็นวงๆ ว่าเราวาดไปตรงส่วนไหนบ้าง



ผลที่ได้คือส่วนที่เราวาดไป จะ Blur ฟุ่งๆ ดูแล้วทำให้ภาพนุ่มขึ้นครับ




• Effect : ตัวนี้ใช้งานแล้วสนุกดีครับ ใครที่เคยใช้งาน Apple Photo Boot มาคงชอบ ตัวนี้ก็ลักษณะเดียวกันเลยครับ กด 1 ครั้ง Effect ก็จะทำงานทันที หากอยากเพ่ิม ก็สามารถเพ่ิมจำนวนได้เลย โดยกด สามเหลื่ยม ไปทางขวา เพื่อเพ่ิมค่าให้มากขึ้น หากไม่ชอบก็กดทางซ้าย ค่าก็จะน้อยลงครับ ใช้งานแล้วสนุกมากๆ



• Adjust : ก็เป็นการปรับค่าสีต่างๆ ในภาพ ให้ได้ค่าตามที่เราต้องการครับ ปรับๆ ไปมาเพลินดีนะก๊าบ ไม่ชอบก็กด Reset ได้เลย...





ReviewReviewReviewReviewReviewiLife '08 : iPhoto 7.0 [ Part 1 ]Oct 29, '07 2:23 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Apple Inc.


สวัสดีครับ ^^


หลังจากที่ Apple CEO Steve Jobs ได้จัดงาน Apple Special Event เมื่อวันที่ 7 สิงหาคม 2007 โดยได้มีการเปิดตัว New iMac และ Features ใหม่ๆ ของ iWork และ iLife ในเวอร์ชั่นใหม่ '08 ( ค.ศ. 2008​​ ) สามารถชม Video ได้จาก Link ( คลิกที่รูปครับ )






ส่วนตอนนี้ลองมาดูหน้าตา และ features ใหม่ของ iPhoto '08 กันนะครับ ^^

• สำหรับ iLife '08 : iPhoto 7.0 นั้น System Requirements เครื่องที่ต้องการคือ Mac PowerPC G4 processor ขึ้นไปครับ ( สำหรับ iPhoto เท่านั้นนะครับ ) หากคุณเป็นเครื่องที่มี Spec เครื่องที่ตํ่ากว่า G4 733MHz ก็จะไม่สามารถใช้งาน iDVD ได้ รวมถึง iMovie HD ที่ Requirements เครื่องถึง Intel processor หรือ Power Mac G5 (dual 2.0GHz หรือสูงกว่านี้), หรือ iMac G5 (1.9GHz หรือสูงกว่านี้) ครับ ก็เรียกได้ว่า Software ในชุด iLife '08 ค่อยข้างกินทรัพยากรของเครื่องมากพอสมควร หาก Spec เครื่องคุณไม่สูงเกิน 1.6 GHz ก็อย่าซื้อ iLife ชุดนี้เลยครับ หา iLife '06 มาใช้งานสบายกว่า :)

หลังจากเปิด iPhoto 7.0 ขึ้นมาหน้าตาหลักๆ ยังคงเหมือนเดิมครับ มีเรื่อง layout การวางภาพ กับเรื่องของ icons ปุ่มต่างๆ เปลี่ยนไปบ้างครับ



• ชุดปุ่มคำสั่งหลักๆ ในการใช้งานของ iPhoto ครับ ซึ่งปุ่ม icons ต่างๆ เป็นชุดใหม่สวยงาม...

Merge Event Edit | Book Calendar Card | Web Gallery Email Print Set Desktop Order Printers



• มาดู Slide bar ด้านซ้ายมือครับ Library : Events, Photos. Recent : Last 12 Moths, Last Import, Flagged, Trash.



• ในส่วนกรอบ Layout ก็ถูกปรับเปลี่ยนใหม่ โดยใน layout ของ Library > Events จะแสดงเป็นอัลบั้มให้เลยครับ โดยสามารถใช้ Pointer ( ลุกศร​ ) ไปวางที่กรอบ อัลบั้ม แล้วเลื่อน Pointer ไปมา ภาพภายในกรอบก็จะพลิกแสดงรูปถัดไปให้ครับ



• มาลองดูวิธีการ Import ภาพจากในเครื่อง Mac ของคุณดูครับ เริ่มต้นโดยไปที่ ...Menu File > Import to Library...



• เลือก ภาพ หรือ แฟ้มภาพ ที่ต้องการ



• หลังจากที่ Import ภาพเà2;้ามาแล้ว iPhoto จะไปแสดงผลภาพใน Last 12 Moths



• เมื่อกลับไปที่ Library > Events... อัลบั้มล่าสุดก็จะแสดงผลลักษณะในภาพครับ



• Layout ใน Library > Photo... จะแสดงผลเป็นลักษณะ Popup ( icon สามาเหลื่ยม ) ปิด/เปิด เพื่อแสดงภาพในอัลบั้ม ในส่วนนี้สามารถ แก้ไขชื่อ อัลบั้มได้เลยครับ



• เรียบร้อย...










ReviewReviewReviewReviewReviewiWork '08 TrialOct 29, '07 2:16 AM
for everyone
Category:Computers & Electronics
Product Type: Computers
Manufacturer:  Apple Inc.

สวัสดีครับ ^^


ก็มาดูหน้าตาการติดตั้งใช้งาน Apple iWork '08 Trial กันดูครับ

• ขนาด file .dmg ตัวนี้ก็ 468.9MB ครับ



• mouth image file แล้วสามารถ Installer ได้เลยครับผม



• เมื่อติดตั้งเสร็จแล้วก็สามารถเข้าไปเปิดโปรแกรมที่ Harddisk/Applications/iWork'08... ครับ

• ผมเลือกลองเปิด "Numbers" ก่อนเลย, iWork จะทำการถามทันทีว่าต้องการ Tour, Buy หรือ Try เพื่อทดลองใช้งานก่อนก็ได้ครับ หากทดลองใช้งานก่อนก็สามารถใช้งานได้ 30 วันเลยครับ





• เมื่อภาพขั้นตอนมาก็จะเข้าสู้หนัา Spreadsheets the Mac way ของ Numbers หรือเลือกชม Video Tutorials ก่อนได้เช่นกันครับ เพื่อทำความเข้าใจโปรแกรมก่อนใช้งาน



• หน้าตาหลักๆ ของ Apple iWork : Numbers 1.0 ครับ





• Apple iWork : Keynote 4.0



• Apple iWork : Pages 3.0




ก็ไว้มีโอกาสจะกลับมาแนะนำการใช้งานนะครับ ขอบคุณก๊าบ ^^





© 2008 Multiply, Inc.    About · Blog · Terms · Privacy · Corp Info · Contact Us · Help